นำทีมคุมตัวโจรใส่ชุดไลน์แมน บุกเดี่ยวชิงทอง ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

ข่าวการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารของสถานีตำรวจภูธรโคกขาม

พฤษภาคม 2569

ผบช.ภ.7 นำทีมคุมตัวโจรใส่ชุดไลน์แมน บุกเดี่ยวชิงทอง ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

วันที่ 4 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00 น. ที่ตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รอง ผบช.ภ.7 , พล.ต.ต.ธีระเดช อธิภัคกุล ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร ,พล.ต.ต.กานต์ ธรรมเกษม ผบก.สส.ภ.7 ,พ.ต.อ.พิเชษฐ์พงศ์ แจ้งค้ายคม รอง ผบก.ก.จว.สมุทรสาคร ,ร้อยตรีประพันธ์ ถึกสกุล นายอำเภอเมืองสมุทรสาคร ,พ.ต.อ..จักรพงศ์ ตราบดี ผกก.สภ.โคกขาม , พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สิทธิโชคธรรม ผกก.สส.ภ.จว.สมุทรสาคร พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.7 ,กก.สส.ภ.จว.สมุทรสาคร และ สภ.โคกขาม ร่วมแถลงผลการจับกุมนายรัฐธนินทร์ หรือโจ๊ก อายุ 35 ปี และนายนนทกร หรือเข้ อายุ 34 ปี ในข้อหา ร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยมอมหน้าหรือทำด้วยประการอื่นเพื่อไม่เห็นหรือจำหน้าได้ โดยมีหรือใช้อาวุธ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด หรือเพื่อพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม ร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน ตามสมควรแก่พฤติการณ์ พร้อมตรวจยึดของกลางรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นคลิก สีดำ-ชมพู ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน และรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อซูซูกิ สีแดง หมายเลขทะเบียน 9 กษ 2314 กรุงเทพมหานคร ซึ่งพฤติการณ์การก่อเหตุของคนร้าย เมื่อ เวลาประมาณ 19.50 น.ของวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.โคกขามได้รับแจ้งว่ามีเหตุคนร้ายเข้ามาก่อเหตุชิงทรัพย์ (ทองรูปพรรณ)โดยใช้อาวุธปืน ที่ร้านทองเยาวราชกรุงเทพ สาขามหาชัย 2 ซึ่งตั้งอยู่ภายในห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีเอกชัย หมู่ที่ 4 ต.โคกขาม อ.เมือง จ.สมุทรสาครได้ทองรูปพรรณไปประมาณ 16 บาท แล้วขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป จากการตรวจสอบพฤติการณ์ก่อนและหลังเกิดเหตุ ก่อนเกิดเหตุมีรถยนต์เก๋งยี่ห้อซูซูกิ สีแดง หมายเลขทะเบียน 9 กษ 2314 กรุงเทพมหานครขับมาส่งผู้ก่อเหตุบริเวณปากทางมหาชัยนิเวศน์ ซอย 2 ในจุดที่มีการ นำรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นคลิก สีดำ-ชมพู ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มาจอดเตรียมไว้ล่วงหน้าเพื่อจะใช้ในการก่อเหตุ จากนั้นผู้ก่อเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์เข้ามาสำรวจพื้นที่บริเวณห้างแล้วขับออกไป อีกสักสักครู่ผู้ก่อเหตุได้วนกลับเข้ามาอีกครั้ง และได้นำรถจักรยานยนต์ไปจอดไว้ด้านข้างกำแพงของห้างฯ แล้วจึงเข้าไปก่อเหตุชิงทรัพย์ ทองรูปพรรณ โดยการแต่งกายสวมเสื้อไลน์แมน กางเกงขายาวสีดำ และสวมผ้าคลุมศีรษะ (โม่ง) โดยได้ชักอาวุธปืนข่มขู่ พนักงาน จากนั้นได้กระโดดข้ามเคาน์เตอร์เข้าไปหยิบทองรูปพรรณจากตู้โชว์ภายในร้าน แล้ววิ่งหลบหนีออกจากที่เกิด เหตุ ไปขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีออกจากห้าง ก่อนเลี้ยวรถจักรยานยนต์เข้าไปในชอย เอกชัย 36 (อู่เอกชัย) เพื่อนำรถจักรยานยนต์ไปจอดทิ้งไว้พื้นที่ป่ารกร้างภายในซอยดังกล่าว จากนั้นมีรถยนต์เก๋งสีแดงมาจอดรอรับแล้วขับหลบหนีไป ตามถนนเอกชัย มุ่งหน้า กรุงเทพฯ จากการตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าวหลังจากก่อเหตุได้ขับหลบหนีไปยังจังหวัดน่าน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐานและไปจับผู้ก่อเหตุได้ที่รีสอร์ท แห่งหนึ่งในจังหวัดน่าน จึงได้ควบคุมตัวมาสอบสวน

จากการสอบถามนายรัฐธนินทร์ เมฆวิลัยจรัส หรือโจ๊ก บอกว่าตนตกงานและมาอาศัยบ้านของเข้ อยู่หลายเดือนแล้ว ซึ่งเขาเป็นคนชวนและวางแผนให้ไปดูร้านทอง และเห็นว่าร้านทองที่นี่คนน้อย เจ้าหน้าที่สายตรวจน้อย จึงลงมือ โดยตนทำกับเข้สองคน ที่ตนทำไปเพราะความโลภและตนก็ตกงาน และก็อยากช่วยเขาเพราะเขาเป็นหนี้ ตอนแรกบอกได้ทองมาเท่าไรแบ่งคนละครึ่งและแยกย้าย ซึ่งตนก็เชื่อเขา โดยมีการเตรียมล่วงหน้า3วันก่อนก่อเหตุ สำหรับปืนที่ใช้เป็นปืนปลอมเขาเอามาให้ส่วนรถจยย.ไปซื้อด้วยกัน โดยทองนั้นอยู่ที่เข้ ทั้งหมดโดยตนส่งมอบให้เขาตอนที่ทิ้งรถจยย.และขึ้นรถเก๋งเขาไป

โดยทางพล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 บอกว่าสำหรับนายนนทกร ขาวพราย หรือเข้ นั้นวันที่จับกุมรับสารภาพพอจะแถลงข่าวก็ขอไม่ร่วมแถลงขอภาคเสธ ซึ่งนายเข้นั้น จากการตรวจสอบประวัติทางคดีในปี58 เคยก่อเหตุลักทองที่นครสวรรค์ ได้ทองไป300 กว่าบาทและถูกจับที่จังหวัดน่าน หลังจากนั้นมีเหตุเกี่ยวกับทรัพย์ประมาณ5-6คดีเพิ่งพ้นโทษมาไม่นาน สำหรับทองของกลางนั้นอยู่ระหว่างการติดตาม เพราะนายเข้ ยังไม่ประสงค์ให้การในชั้นพนักงานสอบสวนเพิ่มเติม จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวนายรัฐธนินทร์ เมฆวิลัยจรัส หรือโจ๊ก ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพปืน ที่ร้านทองเยาวราชกรุงเทพ สาขามหาชัย 2 ซึ่งตั้งอยู่ภายในห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีเอกชัย หมู่ที่ 4 ต.โคกขาม อ.เมือง จ.สมุทรสาคร และจุดอื่นๆต่อไป